Categories
กัวซา ครอบแก้ว ยาจีน

ปัญจธาตุ สร้างอารมณ์เพื่อรักษาอารมณ์ขั้วตรงข้าม

การรักษาโรคที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ของปัญจธาตุ

ในทางการแพทย์แผนจีน อารมณ์เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดความสมดุลของสุขภาพได้ เนื่องจากอารมณ์นั้นสามารถส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในของร่างกาย

อารมณ์จะมีความสัมพันธ์กับอวัยวะภายในตามหลักปัญจธาตุ ดังนี้

🔸 ไม้ สังกัดที่ เส้นลมปราณตับ เกี่ยวข้องกับ อารมณ์โกรธ

🔸 ไฟ สังกัดที่ เส้นลมปราณหัวใจ เกี่ยวข้องกับ อารมณ์ดีใจ

🔸 ดิน สังกัดที่ เส้นลมปราณม้าม เกี่ยวข้องกับ อารมณ์กังวลครุ่นคิด

🔸 โลหะ สังกัดที่ เส้นลมปราณปอด เกี่ยวข้องกับ อารมณ์เศร้าโศก

🔸 น้ำ สังกัดที่ เส้นลมปราณไต เกี่ยวข้องกับ อารมณ์กลัว

ซึ่งถ้าเกิดอารมณ์ใดที่มากเกิดไปก็จะส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ เช่น  โกรธมากไป กระทบ ตับ

🟩 ดีใจมากไป กระทบ หัวใจ

🟩 กังวลครุ่นคิดมากไป กระทบ ม้าม

🟩 เศร้าโศกมากไป กระทบ ปอด

🟩 กลัวมากไป กระทบ ไต

ในทางการแพทย์แผนจีน สามารถรักษาโรคโดยใช้อารมณ์ของปัญจธาตุได้ดังนี้

🔹 พูดให้รู้สึกเศร้า = ใช้ความเศร้าโศก  รักษา ความโกรธ

🔹 พูดให้รู้สึกดีใจ = ใช้ความดีใจ รักษา ความเศร้าโศก

🔹 พูดให้รู้สึกกลัว = ใช้ความกลัว รักษา ความดีใจ

🔹 พูดดูถูก ทำให้โกรธ = ใช้ความโกรธ  รักษา ความกังวลครุ่นคิด

🔹 พูดให้คิด = ใช้ความกังวลครุ่นคิด รักษา ความกลัว

เพราะฉะนั้น ถ้าจิตใจป่วย ก็สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายให้ป่วยตามได้เช่นกัน ควรดูแลสุขภาพทั้งกายและจิตใจให้เหมาะสม ไม่ทำอะไรที่มากหรือน้อยเกินไป ก็จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง 

พจ.อารยา อัศววงศ์อารยะ

Categories
กัวซา ครอบแก้ว ยาจีน

นาฬิกาชีวิต ฉบับแพทย์แผนจีน

นาฬิกาชีวิต (Biological clock) คือ การที่พลังชีวิตหรือลมปราณ (ชี่) เคลื่อนที่ผ่านอวัยวะทั้ง 12 ในทุก ๆ 2 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นการทำงานให้อวัยวะเหล่านั้นเกิดการทำงานที่สอดคล้องกัน เมื่อลมปราณเคลื่อนที่ผ่านครบทั้ง 12 อวัยวะก็จะเป็นเวลา 24 ชั่วโมงพอดี 

ระบบนาฬิกาที่มนุษย์ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดนั้นมีอวัยวะภายในเป็นเสมือนฟันเฟืองที่คอยกำหนดกลไกการทำงานต่าง ๆ ให้ทำงานเป็นระบบ ซึ่งการที่เราใช้ชีวิตที่ผิดไปจากนาฬิกาชีวิตที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั้นเปรียบเสมือนการทำให้ระบบของร่างกายรวนนั่นเอง ซึ่งแพทย์แผนจีนเชื่อว่าจะนำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่ตามมา

Categories
กัวซา ยาจีน

คัมภีร์รักษาสิว ดูแลถูกวิธีผิวดีพลิกชีวิต

สิว มักพบมากที่บริเวณใบหน้า หน้าผาก แก้มทั้ง 2 ข้าง คาง หน้าอก แผ่นหลัง เป็นต้น มักพบได้ตั้งแต่วัยรุ่น มักหายไปในช่วง 20-25 ปี และอาจเป็น ๆ หาย ๆ จนถึงอายุ 40 ปีในบางราย

สิวในทางการแพทย์แผนจีน เกิดจาก ลมร้อนสะสมที่บริเวณเส้นลมปราณปอด หรือการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดและมันมากจนเกินไป ทำให้ม้ามและกระเพาะอาหารสะสมความร้อนชื้นเอาไว้ เกิดเป็นเสมหะชื้นขึ้น ลำไส้ใหญ่เกิดความร้อนอุดกลั้น เกิดท้องผูก และภาวะเลือดร้อน จึงทำให้เกิดสิว

หลักวิธีการรักษาสิวในทางแพทย์แผนจีน

การระบายความร้อน สลายความชื้นที่คั่งค้างโดยการฝังเข็ม รับประทานยาจีน พอกยา เป็นต้น

ข้อควรทำและไม่ควรทำเพื่อรักษาหรือป้องกันการเกิดสิว 

5 สิ่งที่ควรทำ

1.การทำความสะอาดผิวหน้า : โดยการใช้น้ำอุ่นล้างหน้า ไม่ใช้เครื่องสำอางค์ที่มีความมันมากจนเกินไป

2.รับประทานอาหารให้สมดุล : รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นเพื่อให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น 

3.การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

4.พักผ่อนสงบจิตใจไม่คิดมากหรือกังวลจนเกินไป

5.รับประทานสาหร่ายทะเล : เพราะในสาหร่ายทะเลมีซิงค์ (Zn) ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการต้านการอักเสบ ถ้ารับประทานในปริมาณที่พอเหมาะก็จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้

5 สิ่งที่ไม่ควรทำ

1.ไม่ควรรับประทานรสเผ็ดจัด

2.ไม่ควรรับประทานอาหารที่มันมาก

3.ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีกลิ่นคาว

4.ไม่ควรรับประทานอาหารเสริมมากจนเกินไป : เนื่องจากอาหารเสริมบางชนิดมีฤทธิ์ร้อน เมื่อทานแล้วอาจเพิ่มความร้อนภายในทำให้เกิดสิวขึ้นได้

5.ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง

อ้างอิง -https://www.haodf.com/zhuanjiaguandian/xiele27_172003.htm

https://www.zhzyw.com/zyts/zyzj/lc/187514191J8GB8JCB821B7I.html

พจ.อารยา อัศววงศ์อารยะ

Categories
ยาจีน

อาหาร 5 สี คุณประโยชน์ครบ ระบบร่างกายสมดุล

ในทางการแพทย์แผนจีน ทฤษฎีปัญจธาตุมีความเกี่ยวของกับอวัยวะในร่างกายอย่างเป็นระบบ มีการสร้าง การข่มกัน เพื่อให้เกิดความสมดุล ประกอบด้วย ตับ หัวใจ ม้าม ปอด ไต ที่สังกัดอยู่ในแต่ละธาตุ และในแต่ละธาตุก็จะมีสีประจำธาตุ

ดังนั้น สีจึงมีความเกี่ยวข้องกับแต่ละอวัยวะด้วยเช่นกัน เราสามารถบำรุงร่างกายด้วยสีของอาหาร ดังนี้

🔸 สีเขียว(บำรุงตับ)

– ผักใบเขียว แตงกวา ถั่วเขียว ผลไม้ที่มีสีเขียว เป็นต้น

🔸 สีแดง(บำรุงหัวใจ)

– ถั่วแดง มะเขือเทศ พริก พุทราจีน สตอเบอรี่ เป็นต้น

🔸 สีเหลือง(บำรุงม้าม)

– ขิง ข้าวโพด ถั่วเหลือง กล้วยหอม เลมอน เป็นต้น

🔸 สีขาว(บำรุงปอด)

– ข้าวสวย งาขาว เห็ดหูหนูขาว เต้าหู้ สาลี่ เป็นต้น

🔸 สีดำ(บำรุงไต)

– งาดำ เห็ดหูหนูดำ ข้าวไรซ์เบอรี่ สาหร่าย ไก่ดำ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับประทานอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินไป ควรรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

อ้างอิง http://www.chinamil.com.cn/zghjy/2014-04/24/content_5879276_2.htm

พจ.อารยา อัศววงศ์อารยะ

Categories
กัวซา ครอบแก้ว ยาจีน

How to เอาตัวรอดจากโรคภูมิแพ้ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

โรคภูมิแพ้ในทางการแพทย์แผนจีน มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของปอดม้ามและไต อาการของโรคภูมิแพ้มักจะแสดงอาการที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การรับประทานอาหาร สภาพแวดล้อมการทำงาน ที่อยู่อาศัย เช่น

🔸 อาการทางระบบทางเดินหายใจ : คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล หอบ

🔸 อาการทางผิวหนัง : ผื่นลมพิษ ผื่นแดง คัน

การรักษาโรคภูมิแพ้ จึงเน้นไปที่การบำรุงปอดม้ามและไตเป็นหลัก โดย

👉🏻  บำรุงชี่ของปอด เมื่อปอดแข็งแรงก็จะสามารถกระจายชี่ภายในร่างกายได้ดี และปกป้องร่างกายจากเสียชี่ภายนอกที่จะเข้ามากระทบได้ด้วย

👉🏻  บำรุงชี่ของม้ามให้แข็งแรง เมื่อม้ามแข็งแรง ระบบย่อยอาหารก็จะแข็งแรงขึ้นด้วย ส่งผลให้ลดการเกิดเสมหะ ความขื้นในร่างกาย

👉🏻  บำรุงชี่ของไต ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น

ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ควรดูแลสุขภาพ ดังนี้

🔹 การออกกำลังกาย ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย

🔹 การใช้ชีวิตประจำวัน ควรดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เช่น ทำความสะอาดที่อยู่ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้

🔹 รับประทานยาเพื่อบำรุงปอดม้ามไต ในทางแพทย์แผนจีน จะมีตัวยาอยู่หลายชนิดที่สามารถบำรุงปอดม้ามไตให้แข็งแรงมากขึ้น เพื่อป้องกันอาการภูมิแพ้ (ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์แผนจีนก่อนเลือกรับประทานยาจีน)

🔹 การดูแลสุขภาพจิตใจ นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วนั้น การดูแลสุขภาพจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ เนื่องจากผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้มักจะมีอาการหงุดหงิดง่าย ซึ่งส่งผลให้อาการแย่ลง ดังนั้นควรฝึกจิตใจให้แจ่มใส สดชื่น ลดความเครียด เป็นต้น

พจ.อารยา อัศววงศ์อารยะ (พจ.1461)

Categories
กัวซา ครอบแก้ว ฝังเข็ม ยาจีน

ผู้หญิงกับประจำเดือนในทางการแพทย์แผนจีน

รู้ยัง… สีประจำเดือนบอกโรคได้ โดยปกติแล้วประจำเดือนของผู้หญิงจะมาเดือนละ1ครั้ง รอบเดือนจะอยู่ที่ 24-35 วัน แต่ละรอบจะมา 3-7 วัน โดยประมาณ

ซึ่งเลือดประจำเดือนเกิดจากการหลุดลอกของผนังมดลูกออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ซึ่งสีของประจำเดือนปกติจะมีสีแดงเข้ม ไม่ซีด ไม่มีกลิ่น ไม่มีลิ่มหรือก้อนเลือด

ในช่วงเริ่มแรกของการมีประจำเดือน อาจจะมีปริมาณค่อนข้างน้อยและซีดได้บ้าง ในช่วงกลางจะค่อยๆเข้มขึ้นไปจนถึงสีแดงคล้ำได้ จนในระยะท้ายของการมีประจำเดือน สีของประจำเดือนก็จะค่อย ๆ จางลงจนประจำเดือนหมดรอบ

สีของประจำเดือนแบบไหนที่บ่งบอกว่ากำลังเกิดโรค?

❤️ สีแดงเข้ม (大红色) – สีปกติของประจำเดือน

❤️ สีแดงอมชมพู (粉红色) – ร่วมกับมีปริมาณน้อย อาจอยู่ในระยะแรกของการตั้งครรภ์

❤️ สีแดงส้ม (橘红色)- พบได้ค่อนข้างน้อย แต่หากพบว่ามีสีแดงส้ม รวมกับมีกลิ่นผิดปกติ อาจมีการติดเชื้อที่บริเวณช่องคลอด

❤️ สีแดงคล้ำ (暗红色) – ร่วมกับมีลิ่มเลือด ปวดท้อง อาจหมายถึงภายในมีภาวะเย็นและมีเลือดคั่ง

❤️ สีน้ำตาล (褐红色) – ร่วมกับปริมาณน้อยมากในระยะ3วันแรก อาจหมายถึงภายในร่างกายเกิดภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมน

นอกจากนี้ เราควรสังเกตดูรอบเดือนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งระยะเวลา สี กลิ่น หรือความผิดปกติอื่นๆควบคู่ด้วย หากพบความผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ และควรตรวจภายในเป็นประจำทุกปีเพื่อลดความเสี่ยงของโรคทางนรีเวชอีกด้วย

Categories
ยาจีน

เปิดตำราแพทย์แผนจีน เส้นลมปราณมีจริงไหม ฝังเข็มจุดไหนดี?

เคยสงสัยกันหรือไม่คะ ว่าเวลาเราไปฝังเข็ม แพทย์ที่ทำการฝังเข็มใช้หลักการอะไรในการเลือกจุดฝังเข็ม วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

หนึ่งในทฤษฎีพื้นฐานที่สำคัญของการฝังเข็ม คือ ทฤษฎี “ระบบเส้นลมปราณ (Meridian System)”

ความหมายของเส้นลมปราณและระบบเส้นลมปราณ 

เส้นลมปราณ หรือ จิงลั่ว 经络 (Meridians and Collacterals) เป็นเส้นทางไหลเวียนของเลือดและชี่ เพื่อไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

ระบบเส้นลมปราณ หรือ ระบบจิงลั่ว 经络系统 (Meridian System) เป็นเครือข่ายของเส้นลมปราณ มีหน้าที่ลำเลียง และควบคุมกำกับการไหลเวียนของเลือดและชี่ในเส้นลมปราณให้เป็นระบบ เพื่อหล่อเลี้ยงทุกพื้นที่ของร่างกาย รวมถึงเชื่อมโยงอวัยวะต่างๆให้ทำงานสอดคล้องและสมดุลกัน

ระบบเส้นลมปราณ ประกอบด้วย

เส้นลมปราณขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า “เส้นลมปราณต้น หรือ จิง (经)” จะมีจุดเริ่มต้นจากอวัยวะ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ละเส้นจะมีวิถีการไหลเวียนและจุดสิ้นสุดเฉพาะของตนเอง วิถีเส้นลมปราณมักอยู่ลึกใต้ผิวหนังหรือในชั้นกล้ามเนื้อ ทอดไปตามแนวยาวของแขนขาและลำตัว และผ่านไปตามอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย

ส่วนเส้นลมปราณขนาดเล็กกว่า เรียกว่า “เส้นลมปราณย่อย หรือ ลั่ว (络)”เป็นเส้นลมปราณที่แยกหรือแตกแขนงออกมาจากเส้นลมปราณต้น ไปยังผิวหนังและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่อยู่ในแนววิถีการไหลเวียนของเส้นลมปราณต้นของตน เพื่อเสริมการทำงานของเส้นลมปราณต้นให้กว้างขวางและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

โดยทั้งเส้นลมปราณต้นและเส้นลมปราณย่อย จะแตกแขนงเชื่อมโยงกันคล้ายร่างแห ครอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย

หน้าที่ของเส้นลมปราณ 

🧡 เป็นระบบทางไหลเวียนของเลือดและชี่ เพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย

🧡 ควบคุมและปรับสมดุลการไหลเวียนของเลือดและชี่ในร่างกาย

🧡 เชื่อมโยงอวัยวะและเนื้อเยื่อทุกส่วนของร่างกาย ให้ทำงานสอดคล้องสัมพันธ์กัน

🧡 เป็นระบบติดต่อระหว่างร่างกายกับสิ่งแวดล้อม 

🧡 ปรับการทำงานของร่างกายให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม รวมถึงปกป้องร่างกายจากเหตุแห่งโรคภายนอก

🧡 เป็นช่องทางในการรักษาอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย